简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ASIC ถอด 87 รายชื่อการเงิน ทุบสถิติ 5 ปี เพิ่ม 42%
บทคัดย่อ:ASIC เปิดเผยผลบังคับใช้ปีงบประมาณ 2025-26 ด้วยคำสั่งทางปกครอง 150 รายการ สูงสุดในรอบ 5 ปี เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อนหน้า โดยถอดผู้ให้บริการทางการเงิน 87 ราย ผู้ให้สินเชื่อ 27 ราย และตัดสิทธิกรรมการ 36 ราย พร้อมแบนถาวร 77 ราย

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 ASIC เปิดเผยผลบังคับใช้ทางปกครองปีงบประมาณ 2025-26 ด้วยคำสั่งรวม 150 รายการ สูงสุดในรอบ 5 ปี เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อนหน้าที่มี 105 รายการ โดยเพิกถอนหรือจำกัดผู้ให้บริการทางการเงิน 87 ราย ผู้ให้สินเชื่อ 27 ราย และตัดสิทธิกรรมการบริษัท 36 ราย
นางซาราห์ คอร์ต ประธาน ASIC กล่าวว่า “คำสั่งแบนทุกฉบับ การยกเลิกใบอนุญาตทุกราย และการตัดสิทธิกรรมการทุกคน คือการตัดเส้นทางไม่ให้ผู้กระทำผิดยังคงหาเลี้ยงชีพจาก misconduct ได้อีกต่อไป”
ตัวเลขบังคับใช้ทะลุสถิติ 5 ปี
ตัวเลข 150 คำสั่งในปี 2025-26 เป็นจุดสูงสุดเมื่อเทียบกับ 5 ปีย้อนหลัง โดยปี 2021-22 มี 115 คำสั่ง ปี 2022-23 มี 137 คำสั่ง ปี 2023-24 มี 110 คำสั่ง และปี 2024-25 มี 105 คำสั่ง หมวดบริการทางการเงินที่ 87 รายการก็สูงที่สุดในรอบ 5 ปีเช่นกัน
61% ของคำสั่งด้านบริการทางการเงิน และ 89% ด้านสินเชื่อ จบลงด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตถาวรหรือยกเลิกใบอนุญาต รวมคำสั่งแบนถาวรและยกเลิกใบอนุญาต 77 รายการ แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 31 ราย และนิติบุคคล 46 ราย ด้านการตัดสิทธิกรรมการ 18 รายจาก 36 รายได้รับโทษสูงสุด 5 ปี
ใครถูกถอดออกจากระบบบ้าง
คดีสำคัญที่ ASIC เปิดเผย ได้แก่ นายแบร์รี คิง อดีตที่ปรึกษาการเงิน ถูกแบนถาวรฐานยักยอกเงินลูกค้าและปลอมแปลงเอกสาร นายอับดุลลาห์ โพพาล ถูกแบนถาวรหลังถูกตัดสินว่าฉ้อโกง โดยโอนเงินเกือบ 90,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียจากบัญชีลูกค้าเดิมโดยทุจริต และนางไคลี แคมป์เบลล์ อดีตกรรมการบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรัฐวิกตอเรีย ถูกตัดสิทธิการบริหารบริษัท 5 ปีเต็ม ซึ่งเป็นโทษสูงสุด หลังบริษัทล้มละลายทิ้งหนี้สินจำนวนมากแก่เจ้าหนี้
นอกจากนี้ ASIC ยังแบนที่ปรึกษา 15 รายที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวของกองทุน Shield Master Fund และ First Guardian Master Fund
รูปแบบ misconduct และสัญญาณความเสี่ยง
จากข้อมูลของ ASIC พบรูปแบบ misconduct ที่นักลงทุนรายย่อยควรสังเกต ได้แก่ การยักยอกเงินลูกค้า การปลอมแปลงเอกสาร การโอนเงินจากบัญชีลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และการบริหารบริษัทจนล้มละลายทิ้งหนี้สินจำนวนมาก
สัญญาณเตือนที่ปรากฏในคดีเหล่านี้ ได้แก่ ที่ปรึกษาการเงินที่อ้างว่าสามารถให้ผลตอบแทนสูงหรือรับประกันผลตอบแทน การขอให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวแทนบัญชีบริษัท เอกสารที่ไม่เป็นทางการหรือมีข้อความผิดปกติ และการปฏิเสธหรือเลื่อนการถอนเงินออกจากกองทุน
ผลการลงโทษและมาตรการถาวร
ASIC เน้นย้ำว่ามาตรการทางปกครองเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการคุ้มครองผู้บริโภคโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการศาลที่ยืดเยื้อ ตัวเลข 61% ของคำสั่งด้านบริการทางการเงินและ 89% ด้านสินเชื่อที่จบลงด้วยการแบนถาวรหรือยกเลิกใบอนุญาต แสดงถึงความเด็ดขาดของหน่วยงาน
ประธาน ASIC กล่าวว่า “หากคุณใช้ตำแหน่งที่ได้รับความไว้วางใจในทางที่ผิด ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ หรือมีส่วนร่วมใน misconduct ASIC สามารถและจะดำเนินการเพื่อถอดคุณออกจากระบบ”
สิ่งที่นักลงทุนควรตรวจสอบ
นักลงทุนรายย่อยสามารถป้องกันตนเองได้โดยตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของที่ปรึกษาการเงินหรือแพลตฟอร์มเทรดผ่านทะเบียนสาธารณะของ ASIC ก่อนตัดสินใจลงทุน ระมัดระวังคำสัญญาผลตอบแทนที่สูงเกินจริงหรือการรับประกันว่าไม่ขาดทุน สังเกตสัญญาณผิดปกติเกี่ยวกับการถอนเงิน และตรวจสอบว่าเงินลงทุนถูกเก็บในบัญชีแยกต่างหากตามกฎหมาย
การที่ ASIC ถอดผู้ให้บริการทางการเงินออกจากระบบถึง 87 รายในปีเดียว เป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้ในตลาดที่มีการกำกับดูแลเข้มงวด ผู้ลงทุนยังคงต้องใช้ความรอบคอบและตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองเสมอ
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
D prime
EBC FINANCIAL GROUP
FXTM
eightcap
VT Markets
vantage
D prime
EBC FINANCIAL GROUP
FXTM
eightcap
VT Markets
vantage










