简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ทองโลกดิ่ง 5.2% ทำไมทองไทยยังรอด เงินบาทคือคำตอบ
บทคัดย่อ:เงินบาทอ่อนช่วยพยุงราคาทองไทยสวนทางทองโลก

เงินบาทอ่อนช่วยพยุงราคาทองไทยสวนทางทองโลก
ราคาทองคำโลกปรับตัวลงแรงตั้งแต่ต้นปี 2569 แต่ราคาทองคำในประเทศไทยกลับแทบไม่สะเทือน ความเคลื่อนไหวที่ดูขัดแย้งกันนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการซื้อทองในประเทศเพียงอย่างเดียว ตัวแปรสำคัญคือเงินบาทที่อ่อนค่าลง
ข้อมูลที่ YLG เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า ราคาทองคำโลกเปิดต้นปีที่ 4,318.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ก่อนลดลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,098.15 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นการปรับตัวลงประมาณ 5.12%
ในช่วงเวลาเดียวกัน ราคาทองคำไทยเปิดต้นปีที่ 64,450 บาทต่อบาททองคำ และขยับมาอยู่ประมาณ 64,750 บาท YLG ประเมินว่าเพิ่มขึ้นราว 0.54% สวนทางกับการร่วงลงของตลาดโลกอย่างชัดเจน
ตัวเลขดังกล่าวเป็นภาพเปรียบเทียบตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 14 กรกฎาคม ไม่ใช่ราคาซื้อขายแบบเรียลไทม์ นักลงทุนจึงควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ทองโลกร่วง แต่เงินบาทสร้างกำแพงป้องกัน
ราคาทองคำไทยไม่ได้เคลื่อนไหวตาม Gold Spot แบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะต้องนำราคาทองคำโลกซึ่งอยู่ในสกุลดอลลาร์มาแปลงเป็นเงินบาท
เมื่อเงินบาทอ่อนค่า คนไทยต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อซื้อดอลลาร์จำนวนเท่าเดิม ผลของอัตราแลกเปลี่ยนจึงเข้ามาชดเชยการลดลงของราคาทองคำโลก
อธิบายอย่างง่าย หาก Gold Spot ลดลง 5% แต่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท ผลขาดทุนที่สะท้อนออกมาในราคาทองไทยจะน้อยกว่า 5% ในบางช่วง ราคาทองไทยอาจทรงตัวหรือปรับขึ้นได้ แม้ทองโลกกำลังลดลง
นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนไทยไม่ควรดูเฉพาะกราฟ XAU/USD การวิเคราะห์ราคาทองไทยต้องติดตาม USD/THB พร้อมกันเสมอ
ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยระบุว่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่เดือนมีนาคม และอ่อนค่าต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาสสอง ตามการกลับมาแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับคำอธิบายของ YLG ว่าเงินบาทเป็นแรงพยุงราคาทองในประเทศ
ครึ่งปีหลัง เงินบาทอาจยังช่วยทองไทย
YLG มองว่าเงินบาทยังมีโอกาสอ่อนค่าต่อในช่วงครึ่งหลังของปี แม้ปลายปีจะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งตามปกติมักเพิ่มรายรับเงินตราต่างประเทศและช่วยหนุนเงินบาท
เหตุผลสำคัญคือทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐยังไม่แน่นอน หาก Federal Reserve รักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด เงินดอลลาร์อาจยังได้รับแรงหนุน
ราคาน้ำมันในตลาดโลกเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา ประเทศไทยต้องใช้เงินดอลลาร์ในการนำเข้าพลังงาน เมื่อราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ความต้องการซื้อดอลลาร์ของผู้นำเข้ามีโอกาสเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อเงินบาท
หากเงินบาทอ่อนค่าต่อจริง ราคาทองไทยอาจยังแข็งกว่าราคาทองโลก แต่สถานการณ์นี้ไม่ใช่หลักประกันว่าทองไทยจะปรับขึ้นทุกวัน เพราะผลลัพธ์สุดท้ายยังขึ้นอยู่กับขนาดการเปลี่ยนแปลงของทั้ง Gold Spot และ USD/THB
โอกาสสองต่อ หรือความเสี่ยงสองชั้น
YLG มองว่าผู้ที่ถือทองคำในรูปดอลลาร์อาจได้รับประโยชน์สองทาง ทางแรกคือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท หากเงินบาทอ่อนค่า ทางที่สองคือโอกาสทำกำไรหากราคาทองคำโลกฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม กลไกนี้สามารถทำงานในทิศทางตรงข้ามได้เช่นกัน หากราคาทองคำโลกปรับลงต่อและเงินบาทกลับมาแข็งค่า นักลงทุนไทยอาจเผชิญแรงกดดันพร้อมกันสองด้าน
ตัวอย่างเช่น หากเงินเฟ้อสหรัฐชะลอลงเร็วกว่าคาดจนตลาดกลับมาเชื่อว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย เงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าและเงินบาทมีโอกาสแข็งขึ้น ในสถานการณ์นี้ เกราะป้องกันที่เคยพยุงราคาทองไทยอาจลดลงอย่างรวดเร็ว
นักลงทุนจึงไม่ควรมองว่าเงินบาทอ่อนเป็นปัจจัยบวกถาวรต่อทองคำ ค่าเงินสามารถเปลี่ยนทิศตามข้อมูลเศรษฐกิจ นโยบายดอกเบี้ย เงินทุนเคลื่อนย้าย ราคาน้ำมัน และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ระดับ 4,000 ดอลลาร์คือโอกาสหรือกับดัก
YLG ประเมินว่าการอ่อนตัวของ Gold Spot ลงมาบริเวณ 4,000 ถึง 3,900 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์อาจเป็นจังหวะสะสม เพื่อรอโอกาสฟื้นตัวของราคาทองคำโลกและรับประโยชน์จากเงินบาทอ่อน
มุมมองดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์ของบริษัท ไม่ใช่การรับประกันว่าราคาจะดีดกลับทันที นักลงทุนยังต้องพิจารณาว่าตนเองรับความผันผวนได้มากเพียงใด และมีระยะเวลาถือครองนานแค่ไหน
การเข้าซื้อทั้งหมดในครั้งเดียวทำให้ต้นทุนกระจุกอยู่ที่ราคาเดียว หากตลาดปรับลงต่อ ผู้ลงทุนจะมีพื้นที่บริหารความเสี่ยงน้อยลง การแบ่งเงินเข้าซื้อเป็นช่วงสามารถลดความเสี่ยงจากการคาดเดาจุดต่ำสุดผิดพลาดได้ แต่ก็ไม่สามารถกำจัดโอกาสขาดทุน
ผู้ที่ซื้อทองคำรูปพรรณต้องคำนึงถึงค่ากำเหน็จและเงื่อนไขรับซื้อคืนด้วย ราคาขายหน้าร้านจึงไม่ควรถูกนำไปเปรียบเทียบกับผลตอบแทนของทองคำแท่งโดยตรง
สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องจับตา
ทิศทางทองคำไทยในช่วงถัดไปจะขึ้นอยู่กับการต่อสู้ระหว่างราคาทองโลกกับค่าเงินบาท หาก Gold Spot ฟื้นพร้อมเงินบาทอ่อน ราคาทองไทยอาจได้รับแรงหนุนพร้อมกันสองทาง
หากทองโลกฟื้นแต่เงินบาทแข็ง ผลบวกบางส่วนอาจถูกหักล้าง ส่วนกรณีที่ทองโลกร่วงและเงินบาทแข็งพร้อมกันจะเป็นสถานการณ์ที่ต้องระวังมากที่สุดสำหรับผู้ถือทองในประเทศ
ข่าวที่ว่าทองโลกดิ่ง 5.2% แต่ทองไทยยังบวกจึงไม่ได้หมายความว่าทองไทยปลอดภัยจากการปรับฐาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือแรงลบจากตลาดโลกถูกค่าเงินบาทอ่อนช่วยดูดซับไว้ชั่วคราว
สำหรับนักลงทุนไทย คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงทองโลกจะขึ้นหรือลง แต่ต้องถามพร้อมกันว่าเงินบาทกำลังเดินไปทางไหน เพราะบางครั้งผู้ที่ช่วยพยุงราคาทองไทยไว้ อาจไม่ใช่ทองคำ แต่เป็นค่าเงินที่อ่อนลงนั่นเอง
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
FOREX.com
IC Markets Global
STARTRADER
EC markets
VT Markets
HFM
FOREX.com
IC Markets Global
STARTRADER
EC markets
VT Markets
HFM
