MONETA MARKETS ดีไหม? เมื่อรีวิวผู้ใช้กับข้อมูลใบอนุญาตสะท้อนคนละมุม
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
บทคัดย่อ:ใบอนุญาตของโบรกเกอร์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม เพราะสะท้อนมาตรฐานการกำกับดูแล การคุ้มครองเงินลูกค้า และสิทธิของผู้ลงทุนหากเกิดปัญหากับโบรกเกอร์ บทความนี้เปรียบเทียบหน่วยงานกำกับดูแลชั้นนำ 4 แห่ง ได้แก่ JFSA, FCA, ASIC และ CySEC พร้อมอธิบายจุดเด่น ความแตกต่าง และข้อควรระวังในการตรวจสอบใบอนุญาต เพื่อช่วยให้นักเทรดเลือกโบรกเกอร์ได้อย่างรอบคอบและลดความเสี่ยงจากการใช้บริการโบรกเกอร์ที่ไม่มีมาตรฐาน

เคยสมัครโบรกเกอร์แล้วเห็นว่า “Regulated by FCA” หรือ “Licensed by JFSA” แต่ไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไรหรือเปล่าครับ?
ถ้าไม่รู้ แสดงว่าคุณเลือกโบรกเกอร์โดยไม่มีข้อมูลสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งไปแล้วครับ เพราะใบอนุญาตของโบรกเกอร์คือสิ่งที่บอกว่าเงินของคุณปลอดภัยแค่ไหน ถ้าโบรกเกอร์เจ๊งหรือโกง คุณมีสิทธิ์ได้เงินคืนไหม
บทความนี้แอดจะเปรียบเทียบหน่วยงานกำกับดูแลหลัก 4 แห่งให้เข้าใจครบครับ
โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือหมายความว่าอะไรครับ?
หมายความว่าโบรกเกอร์นั้นต้องแยกเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัท ถ้าโบรกเกอร์เจ๊ง เงินของคุณยังอยู่ครบครับ หมายความว่ามีการตรวจสอบบัญชีและรายงานทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ และมีกระบวนการร้องเรียนที่เป็นทางการถ้าเกิดปัญหาครับ
ส่วนโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาต? ถ้าโกงหรือเจ๊งแล้ว ไม่มีหน่วยงานไหนที่คุณจะไปร้องเรียนได้ครับ เงินหายไปเลย
ดูการ์ดเปรียบเทียบด้านบนก่อนครับ แล้วแอดจะอธิบายรายละเอียดทีละหน่วยงาน

JFSA ย่อมาจาก Japan Financial Services Agency หรือสำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่นครับ ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 และถือเป็นหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มงวดที่สุดในเอเชีย
สิ่งที่ทำให้ JFSA โดดเด่นคือกฎเรื่อง Leverage ครับ JFSA จำกัด Leverage สูงสุดไว้ที่ 1:25 สำหรับสกุลเงินหลัก ซึ่งต่ำกว่าโบรกเกอร์ทั่วไปมาก แต่นั่นคือการปกป้องนักเทรดรายย่อยจากความเสี่ยงที่สูงเกินไปครับ
โบรกเกอร์ที่จะได้รับใบอนุญาตจาก JFSA ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมาก ต้องมีเงินทุนขั้นต่ำสูง มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ได้มาตรฐาน และต้องรายงานต่อ JFSA อย่างสม่ำเสมอครับ
ถ้าโบรกเกอร์บอกว่า Regulated by JFSA ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากครับ เพราะการได้ใบอนุญาตนี้ยากมาก
FCA ย่อมาจาก Financial Conduct Authority ของสหราชอาณาจักรครับ ก่อตั้งในปี 2013 และเป็นหน่วยงานที่นักเทรดทั่วโลกให้ความเชื่อถือสูงสุดแห่งหนึ่ง
สิ่งที่ FCA มีเหนือกว่าหน่วยงานอื่นคือ FSCS หรือ Financial Services Compensation Scheme ครับ ซึ่งเป็นกองทุนคุ้มครองที่ให้ความคุ้มครองนักลงทุนสูงสุดต่อรายในกรณีที่โบรกเกอร์ล้มละลาย ทำให้นักเทรดมีความปลอดภัยสูงมากครับ ควรตรวจสอบวงเงินล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ
FCA ยังกำหนด Leverage สูงสุดไว้ที่ 1:30 สำหรับคู่เงินหลัก และมีกฎเรื่อง Negative Balance Protection ที่บังคับให้โบรกเกอร์ต้องคุ้มครองลูกค้าไม่ให้ขาดทุนเกินเงินที่ฝากไว้ครับ
ASIC ย่อมาจาก Australian Securities and Investments Commission ครับ ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1991 และเป็นหน่วยงานที่โบรกเกอร์ในเอเชียแปซิฟิกหลายเจ้านิยมขอใบอนุญาต
ASIC มีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับ FCA มากครับ ทั้งเรื่องการแยกเงินลูกค้า การรายงานทางการเงิน และการคุ้มครองนักลงทุน โดยกำหนด Leverage สูงสุดที่ 1:30 เช่นกัน
สิ่งที่ทำให้ ASIC ได้รับความนิยมในหมู่โบรกเกอร์ที่ให้บริการนักเทรดเอเชียคือมาตรฐานสูงแต่ขั้นตอนการขอใบอนุญาตยังพอเข้าถึงได้มากกว่า JFSA และ FCA ครับ
CySEC ย่อมาจาก Cyprus Securities and Exchange Commission ครับ ก่อตั้งในปี 2001 และเป็นหน่วยงานกำกับดูแลที่โบรกเกอร์ Forex จำนวนมากเลือกขอใบอนุญาต เพราะไซปรัสเป็นสมาชิก EU ทำให้โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจาก CySEC สามารถให้บริการในประเทศ EU ได้ครับ
CySEC มีมาตรฐานการกำกับดูแลในระดับกลาง ไม่เข้มงวดเท่า JFSA หรือ FCA แต่ยังถือว่าน่าเชื่อถือกว่าโบรกเกอร์ Offshore ที่ไม่มีใบอนุญาตอะไรเลยครับ
CySEC มีกองทุน ICF หรือ Investor Compensation Fund ที่คุ้มครองนักลงทุนในกรณีที่โบรกเกอร์ไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันได้ครับ ควรตรวจสอบวงเงินล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ
สมมตินักเทรดกำลังเลือกระหว่างโบรกเกอร์สามเจ้าครับ
โบรกเกอร์ A: “Regulated by JFSA and FCA” — นี่คือโบรกเกอร์ที่ปลอดภัยที่สุดในสามเจ้า มีใบอนุญาตสองชั้น เงินของนักเทรดได้รับการคุ้มครองอย่างดีครับ
โบรกเกอร์ B: “Regulated by CySEC” — ยังพอรับได้ครับ มีการกำกับดูแลแม้ว่าจะไม่เข้มงวดเท่า แต่ยังดีกว่าไม่มีใบอนุญาตอะไรเลย
โบรกเกอร์ C: “Registered in St. Vincent and the Grenadines” — อันนี้ระวังมากครับ ประเทศกลุ่มนี้มักเป็นที่ตั้งของโบรกเกอร์ Offshore ที่มีการกำกับดูแลน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย
โบรกเกอร์บางเจ้ามีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ แต่นักเทรดไทยอาจถูกให้เปิดบัญชีภายใต้บริษัทในเครือที่อยู่ในประเทศ Offshore แทนครับ ต้องตรวจสอบให้ดีว่าบัญชีที่เปิดอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลไหนจริงๆ
ระวังโบรกเกอร์ที่อ้างว่ามีใบอนุญาตแต่ไม่มีเลขทะเบียนให้ตรวจสอบครับ โบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายจะมีเลขทะเบียนที่สามารถตรวจสอบได้บนเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานนั้นๆ
ถ้าให้เรียงลำดับความน่าเชื่อถือจากมากไปน้อยสำหรับนักเทรดไทยครับ แอดแนะนำ JFSA และ FCA ก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วย ASIC และ CySEC ตามลำดับ
ขั้นตอนถัดไปคือเปิดเว็บไซต์ทางการของโบรกเกอร์ที่ใช้อยู่ แล้วหาเลขทะเบียนใบอนุญาตครับ จากนั้นนำไปตรวจสอบบนเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแลว่าเป็นของจริง หรือใช้ WikiFX ในการตรวจสอบได้เลยครับ
Q1: โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต JFSA หมายความว่าปลอดภัย 100% ไหม?
ไม่มีอะไรปลอดภัย 100% ครับ แต่โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต JFSA มีความเสี่ยงต่ำกว่าโบรกเกอร์ไม่มีใบอนุญาตมากครับ เพราะต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวดและต้องรายงานต่อหน่วยงานอยู่เสมอ
Q2: โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต CySEC แต่ไม่มี FCA ใช้ได้ไหม?
ใช้ได้ครับ แต่ต้องเข้าใจว่า CySEC มีมาตรฐานต่ำกว่า FCA อยู่บ้าง ถ้าโบรกเกอร์มีแค่ CySEC แนะนำให้ดูประวัติและรีวิวจากผู้ใช้จริงเพิ่มเติมด้วยครับ
Q3: ทำไมโบรกเกอร์หลายเจ้าถึงไม่ขอใบอนุญาต JFSA?
เพราะขั้นตอนและเงินทุนขั้นต่ำในการขอใบอนุญาต JFSA สูงมากครับ โบรกเกอร์ขนาดเล็กหรือโบรกเกอร์ที่ต้องการให้ Leverage สูงกว่า 1:25 จะเลือกขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่ผ่อนปรนกว่าแทนครับ
Q4: นักเทรดไทยควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตไหนดีที่สุด?
แอดแนะนำให้เลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจาก FCA หรือ ASIC เป็นหลักครับ เพราะเข้มงวดพอและยังมีโบรกเกอร์หลายเจ้าที่ให้บริการนักเทรดไทยโดยตรงด้วย ส่วน JFSA ดีมากแต่โบรกเกอร์ญี่ปุ่นบางเจ้าอาจมีข้อจำกัดสำหรับลูกค้าต่างชาติครับ
Q5: ตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ได้จากไหนบ้าง?
ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ทางการของแต่ละหน่วยงานโดยตรงครับ หรือใช้ WikiFX ซึ่งรวบรวมข้อมูลใบอนุญาตของโบรกเกอร์ไว้ให้ตรวจสอบได้ง่ายในที่เดียว ควรตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลล่าสุดเสมอเพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ครับ
ข้อมูลในบทความอ้างอิงจากข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรงก่อนตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ครับ
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์

ช่วงที่ผ่านมา การตรวจสอบธุรกิจโบรกเกอร์ Forex/CFD ในประเทศไทยมีความเข้มข้นมากขึ้น ทำให้การประเมินความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ไม่ควรอาศัยเพียงคะแนนหรือรีวิวจากผู้ใช้งานเท่านั้น บทความนี้รวบรวมรายชื่อโบรกเกอร์ที่ปรากฏในกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ พร้อมสรุปข้อมูลจากฐานข้อมูล WikiFX เช่น สถานะใบอนุญาต คะแนนความน่าเชื่อถือ และลักษณะข้อร้องเรียนที่พบบ่อย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนก่อนเปิดบัญชีหรือฝากเงิน ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ความรู้และส่งเสริมการตระหนักรู้ด้านความเสี่ยง มิใช่การชี้ขาดความผิดหรือกล่าวหาโบรกเกอร์รายใด เนื่องจากบางกรณียังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยังไม่มีข้อยุติทางกฎหมาย

บทความนี้อธิบายถึงสาเหตุที่นักเทรดจำนวนมากสามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอในบัญชีทดลอง (Demo Account) แต่กลับขาดทุนเมื่อเปลี่ยนมาเทรดด้วยเงินจริง โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจัยสำคัญไม่ใช่เรื่องของกลยุทธ์การเทรดเพียงอย่างเดียว แต่คือ "จิตวิทยาการลงทุน" ที่เปลี่ยนไปเมื่อมีเงินจริงเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื้อหาครอบคลุมวิธีใช้บัญชีเดโมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการตั้งเงินทุนให้ใกล้เคียงบัญชีจริง การสร้างวินัยในการปฏิบัติตามแผน การบันทึกอารมณ์ระหว่างเทรด การจำลองสถานการณ์ขาดทุน และการฝึกโฟกัสที่กระบวนการมากกว่าผลกำไร เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างการเทรดเดโมกับการเทรดเงินจริง และเตรียมความพร้อมทั้งด้านเทคนิคและสภาพจิตใจก่อนก้าวสู่การลงทุนจริง
FXTM
FOREX.com
Tickmill
vantage
XM
EC markets
FXTM
FOREX.com
Tickmill
vantage
XM
EC markets