简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ยิ่งดู ยิ่งดอย! เช็กพอร์ตบ่อย เพิ่มโอกาสขาดทุน เรื่องนี้มีงานวิจัย
บทคัดย่อ:การเช็กพอร์ตลงทุนบ่อยเกินไปอาจส่งผลเสียต่อการตัดสินใจมากกว่าที่คิด โดยแนวคิด Myopic Loss Aversion อธิบายว่า การมองผลตอบแทนระยะสั้นบ่อย ๆ ทำให้นักลงทุนรับรู้ความเสี่ยงสูงกว่าความเป็นจริง และรู้สึกเจ็บปวดจากการขาดทุนมากกว่าความสุขจากกำไร จึงมีแนวโน้มเปลี่ยนแผนการลงทุนด้วยอารมณ์ นอกจากนี้ พฤติกรรม Narrow Framing ยังทำให้นักลงทุนโฟกัสกับผลขาดทุนของสินทรัพย์บางตัวมากกว่าภาพรวมของพอร์ต ส่งผลให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย ดังนั้น การติดตามพอร์ตควรทำอย่างเหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุน โดยเน้นรักษาวินัยและยึดตามแผนมากกว่าการตอบสนองต่อความผันผวนระยะสั้นของตลาดครับ.

นักเทรดหลายคนอาจมีพฤติกรรมที่แทบจะเป็นกิจวัตร เปิดแอปเช็กพอร์ตทันทีหลังตื่นนอน ระหว่างทำงานก็แอบเปิดดูอีกหลายครั้ง ก่อนนอนก็ขอเช็กอีกสักรอบว่าเงินในพอร์ตเป็นอย่างไร หลายคนคิดว่านี่คือการ “ติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด”
แต่รู้หรือไม่ว่า...
งานวิจัยด้านจิตวิทยาการเงินกลับพบว่า การเช็กพอร์ตบ่อยเกินไป อาจทำให้เราตัดสินใจแย่ลง และส่งผลเสียต่อผลตอบแทนในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว
วันนี้แอดเหยี่ยวอยากพามารู้จักกับทฤษฎีหนึ่งที่นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมใช้ในการอธิบายพฤติกรรมนี้ นั่นคือ Myopic Loss Aversion
Myopic Loss Aversion คืออะไร?
คำว่า Myopic มีความหมายว่า “สายตาสั้น” แต่ในโลกของการลงทุน คำนี้ไม่ได้หมายถึงปัญหาทางสายตา
แต่หมายถึงการที่นักลงทุน มองผลลัพธ์ในระยะสั้นมากเกินไป จนปล่อยให้ความผันผวนเพียงชั่วคราวเข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ
แนวคิดนี้ได้รับการอธิบายโดยนักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม Shlomo Benartzi และ Richard Thaler ซึ่งพบว่า
นักลงทุนที่ประเมินพอร์ตบ่อย ๆ มักรับรู้ว่าตลาด “เสี่ยง” มากกว่าความเป็นจริง และมีแนวโน้มตัดสินใจผิดพลาดมากขึ้น
ทั้งที่ในความเป็นจริง การลงทุนระยะยาวอาจยังเป็นไปตามแผนเดิม
ยิ่งเปิดดูพอร์ตบ่อย สมองยิ่งจำแต่ “ความเจ็บปวด”
ลองนึกภาพง่าย ๆ หากคุณเช็กพอร์ตเพียงปีละไม่กี่ครั้ง คุณอาจเห็นภาพรวมของการเติบโตในระยะยาว แต่หากคุณเช็กทุกวัน แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เห็นวันที่พอร์ตติดลบ แม้ว่าสุดท้ายทั้งปีพอร์ตจะให้ผลตอบแทนเป็นบวก แต่สมองของเราจะจดจำ “วันที่ขาดทุน” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกว่าตลาดเต็มไปด้วยความเสี่ยงก็จะค่อย ๆ สะสมขึ้น
สมองของเรากลัว “การขาดทุน” มากกว่าดีใจเมื่อได้กำไร
ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับ Prospect Theory ของนักจิตวิทยาเจ้าของรางวัลโนเบล Daniel Kahneman
ทฤษฎีนี้อธิบายว่า...มนุษย์รู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสีย มากกว่าความสุขจากกำไรในมูลค่าเท่ากันประมาณ 2 เท่า นั่นหมายความว่า กำไร 10,000 บาท ไม่ได้ทำให้เรามีความสุข เท่ากับความทุกข์จากการขาดทุน 10,000 บาท ดังนั้น หากคุณเช็กพอร์ตทุกวันตลอดทั้งปี สมองอาจกำลังสะสม “ประสบการณ์แห่งการขาดทุน” มากกว่าที่ตัวเลขผลตอบแทนจริงสะท้อนออกมา
อีกหนึ่งกับดักที่เรียกว่า Narrow Framing
นอกจาก Myopic Loss Aversion แล้ว นักวิจัยยังพูดถึงพฤติกรรมที่เรียกว่า Narrow Framing
ซึ่งหมายถึง การมองการลงทุนแต่ละรายการแยกออกจากกัน แทนที่จะมองภาพรวมของทั้งพอร์ต ยกตัวอย่างเช่น
นักลงทุนที่ถือหุ้น 20 ตัว แต่กลับโฟกัสอยู่กับหุ้นเพียงตัวเดียวที่กำลังติดลบ หรือมีพอร์ตโดยรวมยังเป็นบวก
แต่กลับรู้สึกว่าการลงทุนล้มเหลว เพราะสินทรัพย์บางตัวกำลังปรับฐาน เมื่อเรามองทุกอย่างแบบแยกส่วน อารมณ์ก็จะถูกกระตุ้นได้ง่ายกว่าการมองภาพรวมทั้งหมด
ยิ่งดูพอร์ตบ่อย ยิ่งมีโอกาสเปลี่ยนแผนโดยไม่จำเป็น
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การดูพอร์ต แต่อยู่ที่...เมื่อเห็นตัวเลขเปลี่ยนทุกวัน หลายคนมักเริ่มตั้งคำถามกับแผนที่วางไว้
- ควรขายดีไหม?
- หรือควรหยุดขาดทุนก่อน?
- หรือควรเปลี่ยนไปลงทุนอย่างอื่น?
หลายครั้ง การตัดสินใจเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากข้อมูลใหม่ แต่เกิดจาก “อารมณ์” ที่ถูกกระตุ้นด้วยความผันผวนระยะสั้น สุดท้าย นักลงทุนจำนวนไม่น้อยจึงขายสินทรัพย์ในช่วงที่ตลาดกำลังตก และกลับเข้าไปซื้อใหม่เมื่อราคาฟื้นตัวแล้ว ซึ่งเป็นวงจรที่ทำให้ผลตอบแทนลดลงโดยไม่จำเป็น
แล้วควรเช็กพอร์ตบ่อยแค่ไหน?
คำตอบไม่ใช่...“ห้ามดูพอร์ต” แต่คือ ลดความถี่ให้เหมาะสมกับเป้าหมายของตัวเอง หากเป็นนักลงทุนระยะยาว การประเมินพอร์ตเป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน อาจเพียงพอแล้ว เพราะช่วยให้เรามองเห็นแนวโน้มที่แท้จริง มากกว่าความผันผวนในแต่ละวัน
ส่วนนักเทรดระยะสั้นที่จำเป็นต้องติดตามราคาอยู่ตลอดเวลา ก็ควรแยกให้ชัดระหว่าง
- การเฝ้าตลาดเพื่อบริหารตำแหน่งตามแผน
- กับการเปิดดูพอร์ตเพราะความกังวลหรือความอยากรู้อยากเห็น
สองอย่างนี้ให้ผลลัพธ์ทางจิตวิทยาแตกต่างกันอย่างมาก
ทำไมนักลงทุนสถาบันจึงไม่ได้เช็กพอร์ตทั้งวัน?
หลายคนอาจคิดว่านักลงทุนสถาบันต้องนั่งเฝ้าพอร์ตตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริง การประเมินผลการลงทุนของกองทุนจำนวนมากมักทำเป็น รายไตรมาส หรือเป็นรอบที่กำหนดไว้ เหตุผลไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่สนใจตลาด แต่เพราะเข้าใจดีว่า
การรับข้อมูลมากเกินไป มีต้นทุนทางจิตวิทยาที่สูงกว่าที่หลายคนคิด
งานวิจัยภาคสนามยังพบว่า กลุ่มนักลงทุนที่ได้รับข้อมูลผลการลงทุนบ่อยเกินไป มักลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลงแม้สินทรัพย์เหล่านั้นจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาว
บทเรียนที่แอดเหยี่ยวอยากฝากไว้
การติดตามพอร์ตเป็นเรื่องสำคัญ แต่การติดตาม ทุกความเคลื่อนไหว อาจไม่ได้ทำให้เราเป็นนักลงทุนที่ดีขึ้นเสมอไป
หลายครั้ง สิ่งที่ทำร้ายผลตอบแทน ไม่ใช่ตลาด แต่คืออารมณ์ของเราที่ถูกกระตุ้นจากการเห็นตัวเลขเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายแล้ว การลงทุนและการเทรดไม่ใช่การแข่งขันว่าใครเปิดแอปบ่อยที่สุด แต่เป็นการแข่งขันว่า ใครสามารถรักษาวินัย และทำตามแผนของตัวเองได้ดีที่สุด
บางครั้ง...การปิดหน้าจอ แล้วปล่อยให้แผนการลงทุนทำงาน อาจเป็นการตัดสินใจที่สร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าการกดรีเฟรชพอร์ตทุก ๆ ห้านาทีก็เป็นได้
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
FXCM
vantage
FOREX.com
TICKMILL
TMGM
pepperstone
FXCM
vantage
FOREX.com
TICKMILL
TMGM
pepperstone

