简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น หลังสหรัฐฯ โจมตีใส่อิหร่านอีกครั้ง ด้านตลาดหุ้นเริ่มย่อตัว
บทคัดย่อ:ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวันพฤหัส หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ใส่อิหร่าน ส่งผลให้ตลาดกังวลถึงปัญหาในการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 3% เป็น $97.30 ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำ
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวันพฤหัส หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ใส่อิหร่าน ส่งผลให้ตลาดกังวลถึงปัญหาในการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

โดยน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 3% เป็น $97.30 ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 3.4% มาอยู่ที่ $91.72
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง โดยทั้ง Dow Jones และ S&P 500 ทุบสถิติสูงสุดใหม่ของตัวเองทั้งคู่ตามราคาน้ำมันที่ตกลง ขณะที่หุ้นสายเทคโนโลยีก็ยังคงเป็นผู้นำตลาดต่อไป อย่างไรก็ตาม ช่วงต้นวันนี้ ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็เริ่มอ่อนตัวลง ขณะที่นักลงทุนกำลังรอผลประกาศดัชนี PCE ซึ่งเป็นตัวเลขวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญมากที่สุด
ด้านราคาทองคำยังเผชิญปัญหาอยู่ในวันพฤหัส โดยซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในรอบสองเดือน และต่ำกว่าระดับสำคัญที่ $4,400 เล็กน้อย การที่ทองคำร่วงลงมีสาเหตุมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้นผลักดันให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และลดบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยไป
ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของราคาน้ำมันก็ยิ่งเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั่วโลกรวมถึง Fed อาจนำนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นมาปรับใช้ ตลาดจึงให้น้ำหนักไปที่การปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นของสหรัฐฯ ในอนาคต ซึ่งดันให้ทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น โดยทั้งสองปัจจัยล้วนเป็นปัญหาต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำต่อไป
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
