简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
Thinking, Fast and Slow หนังสือที่นักลงทุนควรอ่าน หากไม่อยากแพ้ทางอารมณ์ตัวเอง
บทคัดย่อ:บทความนี้นำเสนอแนวคิดจากหนังสือ Thinking, Fast and Slow ของ Daniel Kahneman เพื่ออธิบายว่าความผิดพลาดในการลงทุนจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากการขาดความรู้ แต่เกิดจากอคติทางจิตใจและกลไกการคิดของมนุษย์ เนื้อหากล่าวถึงระบบคิดแบบเร็วและแบบช้า รวมถึงอคติสำคัญที่นักลงทุนมักเผชิญ เช่น Loss Aversion, Mental Accounting และ Sunk-Cost Fallacy บทความชี้ให้เห็นว่า การตระหนักรู้และจัดการกับอคติเหล่านี้ จะช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล รอบคอบ และสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนระยะยาวมากขึ้น

หลายคนทุ่มเทเวลาไปกับการวิเคราะห์งบการเงิน ศึกษากราฟ หรือหาข้อมูลข่าวสารอย่างละเอียด แต่กลับมองข้ามสิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อผลลัพธ์มากที่สุด นั่นคือ “จิตใจของผู้ลงทุนเอง”
หนังสือ Thinking, Fast and Slow เขียนโดย Daniel Kahneman นักจิตวิทยาและนักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2002 เป็นหนังสือที่ช่วยอธิบายว่า เหตุใดมนุษย์เราจึงตัดสินใจผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะคิดว่าตัวเองใช้เหตุผลอย่างรอบคอบแล้วก็ตาม
สำหรับนักลงทุน หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนวิธีเลือกหุ้นหรือจับจังหวะตลาด แต่สอนให้เข้าใจ “กลไกความคิด” ที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจทุกครั้ง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการลงทุนระยะยาว
ระบบคิด 2 แบบ ที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของเรา
Daniel Kahneman แบ่งกระบวนการคิดของมนุษย์ออกเป็น 2 ระบบ
ระบบที่ 1 เป็นระบบคิดเร็ว อัตโนมัติ ใช้สัญชาตญาณและอารมณ์ ไม่ต้องใช้ความพยายามมาก เหมาะกับการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
ระบบที่ 2 เป็นระบบคิดช้า ต้องใช้สมาธิ การวิเคราะห์ และเหตุผล เหมาะกับการตัดสินใจที่ซับซ้อนหรือมีความเสี่ยงสูง เช่น การลงทุน
ปัญหาคือ ในสถานการณ์ที่ควรใช้ระบบที่ 2 อย่างการลงทุน ระบบที่ 1 มักเข้ามาควบคุมการตัดสินใจแทนโดยที่เราไม่รู้ตัว และนั่นเองที่ทำให้เกิดอคติทางจิตใจหลายรูปแบบ
6 ข้อคิดจาก Thinking, Fast and Slow ที่นำมาปรับใช้กับการลงทุนได้
อย่าตัดสินจากผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว
Outcome Bias คือการตัดสินใจโดยยึดผลลัพธ์เป็นหลัก หากกำไรจะมองว่าตัดสินใจถูก หากขาดทุนจะมองว่าตัดสินใจผิด ทั้งที่ในความเป็นจริง ผลลัพธ์ของการลงทุนไม่ได้สะท้อนคุณภาพของการตัดสินใจทั้งหมด
การลงทุนมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้จำนวนมาก ทั้งสภาพเศรษฐกิจ เหตุการณ์ไม่คาดฝัน และโชค การประเมินการลงทุนจึงควรดูที่กระบวนการตัดสินใจ ความเหมาะสมของกลยุทธ์ และระดับความเสี่ยง ไม่ใช่ดูเพียงกำไรหรือขาดทุนในช่วงเวลาสั้น ๆ
หากใจไม่นิ่ง การลงทุนระยะสั้นคือความเสี่ยง
มนุษย์มีแนวโน้มเกลียดการขาดทุนมากกว่ารักกำไรในมูลค่าเท่ากัน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Loss Aversion เมื่อโฟกัสการลงทุนแบบรายดีลหรือระยะสั้น ความผันผวนจะกระทบจิตใจอย่างรุนแรง และนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ง่าย
นักลงทุนที่มองการลงทุนเป็นภาพรวมของพอร์ตระยะยาว จะสามารถรับมือกับความผันผวนได้ดีกว่า และมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าในระยะยาว
บัญชีในใจช่วยจัดการเงิน แต่ก็ทำให้เราหลงทางได้
Mental Accounting คือการแบ่งเงินในใจตามแหล่งที่มาและวัตถุประสงค์ เช่น เงินเดือน เงินโบนัส หรือเงินลาภลอย ซึ่งในด้านหนึ่งช่วยให้บริหารเงินได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือเรามักใช้เงินที่ได้มาโดยง่ายอย่างฟุ่มเฟือย ทั้งที่ในความเป็นจริง เงินทุกบาทมีค่าเท่ากัน หากมองอย่างมีเหตุผล เงินโบนัสหรือเงินลาภลอยก็สามารถนำไปออม หรือลงทุนต่อเพื่อสร้างมูลค่าในระยะยาวได้เช่นเดียวกัน
สิ่งที่ขึ้นแรงหรือลงแรง มักไม่อยู่ตลอดไป
แนวคิด Regression to the Mean อธิบายว่า สิ่งที่มีผลลัพธ์สุดโต่งมาก ๆ มักจะค่อย ๆ กลับเข้าสู่ค่าเฉลี่ยในระยะยาว
ในโลกการลงทุน ไม่มีสินทรัพย์ใดให้ผลตอบแทนดีหรือแย่ตลอดไป การลงทุนระยะสั้นมีโอกาสเจอทั้งช่วงที่โชคดีหรือโชคร้ายเป็นพิเศษ ขณะที่การลงทุนระยะยาวจะทำให้ผลตอบแทนเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยมากขึ้น
การกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ ยังช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งได้อีกด้วย
ทำไมนักลงทุนมักขายหุ้นกำไร แต่ทนถือหุ้นขาดทุน
Disposition Effect คืออคติที่ทำให้นักลงทุนรีบขายหุ้นที่มีกำไร เพื่อยืนยันว่าตนเองตัดสินใจถูก แต่กลับไม่ยอมขายหุ้นที่ขาดทุน เพราะไม่อยากยอมรับความผิดพลาด
ในเชิงเหตุผล เงินที่ได้จากการขายหุ้น ไม่ว่าจะมาจากหุ้นตัวไหน ล้วนมีค่าเท่ากัน สิ่งที่ควรพิจารณาคือ หุ้นตัวใดมีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าในอนาคต ไม่ใช่ยึดติดกับราคาที่ซื้อมาในอดีต
ต้นทุนจมไม่ควรกำหนดการตัดสินใจในอนาคต
Sunk-Cost Fallacy คือการยึดติดกับต้นทุนที่จ่ายไปแล้ว ทำให้ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง แม้จะมีทางเลือกที่ดีกว่าอยู่ตรงหน้า
ในการลงทุน สิ่งที่ขาดทุนไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ การตัดสินใจที่ดีควรมองไปข้างหน้า ว่าเงินที่เหลืออยู่สามารถนำไปสร้างโอกาสที่ดีกว่าได้หรือไม่ มากกว่าการพยายามรอให้สิ่งที่ผิดพลาดกลับมาคุ้มทุน
บทสรุป
Thinking, Fast and Slow เป็นหนังสือที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจว่า ความผิดพลาดในการลงทุนจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากการขาดความรู้ แต่เกิดจากอคติทางจิตใจที่ฝังอยู่ในกระบวนการคิดของมนุษย์
เมื่อเรารู้ทันการทำงานของระบบคิดแบบเร็ว และฝึกดึงระบบคิดแบบช้ามาใช้ให้มากขึ้น การตัดสินใจทางการเงินจะมีเหตุผล รอบคอบ และสอดคล้องกับแผนการลงทุนระยะยาวมากขึ้น
สำหรับใครที่จริงจังกับการลงทุน และอยากพัฒนาตัวเองจากภายใน หนังสือเล่มนี้ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่ควรอ่านอย่างยิ่ง
ขอบคุณข้อมูลขาก THE STANDARD WEALTH
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
