PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บทวิเคราะห์ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในตลาดเอเชียวันนี้และกำลังมุ่งหน้าสู่การเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่หก หลังข้อมูลระบุว่า สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ ของสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าการคาดการณ์ แต่การปรับขึ้นก็ยังมีจำกัด เนื่องจากนักลงทุนประเมินความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนอย่างระมัดระวัง
สัญญา น้ำมันดิบเบรนท์ฟิวเจอร์ส ที่จะครบกำหนดในเดือนพฤษภาคมซื้อขายเพิ่มขึ้น 0.4% มาเป็น 73.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 08:27 น. (GMT+7) ขณะที่ น้ำมันดิบ WTI ฟิวเจอร์ส เพิ่มขึ้น 0.4% แตะ 68.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งสองสัญญาปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 25% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา
ราคาน้ำมันยังคงถูกกดดันในวันนี้ หลังจากสหรัฐสามารถไกล่เกลี่ยให้รัสเซียและยูเครนตกลงแยกกัน เพื่อหยุดการโจมตีทางทะเลและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
น้ำมันดิบคงคลังสหรัฐลดลงอย่างมาก ภาษีนำเข้าเวเนซุเอลาช่วยหนุนราคา
สถาบัน American Petroleum Institute (API) รายงานว่า สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ ของสหรัฐฯ ลดลงอย่างมากถึง 4.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 มีนาคม 2025 มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 2.5 ล้านบาร์เรล
การลดลงอย่างมากของน้ำมันดิบคงคลังบ่งชี้ถึงความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐที่แข็งแกร่งขึ้น
นักลงทุนจะต้องจับตารายงานจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ที่จะเผยแพร่ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อยืนยันแนวโน้มดังกล่าว และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางราคาน้ำมันในอนาคต
ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากการประกาศของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ ที่ขู่จะเก็บภาษีนำเข้า 25% กับสินค้าทุกประเภทจากประเทศที่ซื้อน้ำมันหรือก๊าซจากเวเนซุเอลา โดยมาตรการนี้จะมีผลในวันที่ 2 เมษายน
เป้าหมายของมาตรการนี้คือการกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา ซึ่งรัฐบาลสหรัฐกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์และบ่อนทำลายสถาบันประชาธิปไตย
การส่งออกน้ำมันถือเป็นแหล่งรายได้หลักของเวเนซุเอลา โดยจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของประเทศ
การประกาศดังกล่าวสร้างความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก และส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
การเจรจาหยุดยิงรัสเซีย-ยูเครนกดดันราคาน้ำมัน
สหรัฐยังได้เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างยูเครนและรัสเซียเมื่อวันอังคาร เพื่อหยุดการโจมตีทางทะเลและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
ในข้อตกลงดังกล่าว วอชิงตันให้คำมั่นว่าจะผลักดันให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่อมอสโค โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าเกษตรและปุ๋ยของรัสเซีย
หากการยกเลิกคว่ำบาตรขยายไปถึงภาคพลังงาน รัสเซียอาจสามารถส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นในตลาดโลก ซึ่งจะทำให้มีอุปทานเพิ่มขึ้น และกดดันราคาน้ำมันให้ลดลง
อีกปัจจัยสำคัญคือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง โดยราคาน้ำมันมักจะปรับขึ้นเมื่อเกิดความขัดแย้งที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญในการส่งออกพลังงาน เช่น รัสเซีย การหยุดยิง แม้จะเป็นเพียงชั่วคราว ก็ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการหยุดชะงักของอุปทานลงได้
ขอบคุณข้อมูลจาก Investing Thailand
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น