เหมาะกับใคร? ระหว่างนักเทรดรายวัน กับนักลงทุนที่คิดระยะยาว
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:5 บทเรียนดี ๆ ในการเทรด จาก เจสซี่ ลิเวอร์มอร์

5 บทเรียนดี ๆ ในการเทรด จาก เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ ตำนานนักเก็งกำไรหุ้นแห่งวอลล์สตรีท เจ้าของฉายา Boy Plunger
และ Great Bear of Wall Street
บทเรียนที่ 1
“อย่าเคลื่อนไหวหรือโดดเข้าไปหากไม่มีสัญญาณยืนยันจากตลาด เทรดช้าหน่อยแต่มันจะเป็นหลักประกันว่าคุณตัดสินใจถูกหรือผิด”
การรอราคาในตลาดให้เคลื่อนไหวเพื่อยืนยันการคาดการณ์ของคุณนั้นดีกว่ากันเยอะ
นักเทรดบางคนโลภและความอดทนต่ำ:
ถ้าคุณคิดว่าตลาดจะวิ่งขึ้น ให้รอมันขึ้นไปอีกหน่อยแล้วค่อยเข้า ถ้าคิดว่าตลาดจะวิ่งลง ก็แบบเดียวกันคือให้รอสัญญาณก่อน ช้านิดหน่อยอาจทำให้คุณเสียเพิ่มขึ้นไม่กี่พ๊อยท์ซึ่งเทียบไม่ได้เลยถ้าคุณจับเทรนด์ใหญ่ถูก มันจะช่วยกันไม่ให้คุณเทรดแบบลวกๆ
บทเรียนที่ 2
“มันไม่ค่อยฉลาดที่จะเข้าเทรดอีกครั้ง ถ้าครั้งแรกคุณเสียแบบชัดเจน อย่าพยายามเอาคืนที่เสียไป แต่จงจำเรื่องนั้นไว้ให้แม่น”
การเอาคืนที่เสียไปหมายถึงการเทรดเสียมากขึ้น
นักเทรดที่ไม่ประสบความสำเร็จจะมองหาทางฟื้นตัวจากเงินที่เสียไปโดยการซื้อเพิ่มและหวังว่าราคาจะขึ้นไปถึงจุดคุ้มทุน แบบนี้ยิ่งเป็นการเสียเพิ่มอีกเท่าตัว
บทเรียนที่ 3
“คนเราจะเสียเวลาไปอย่างมากเพื่อให้ได้รับบทเรียนจากความผิดพลาด”
การจะเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จนั้นใช้เวลาอย่างมาก โดยเรียนรู้จากทฤษฏีหรือเรียนรู้จากความผิดพลาด แต่ความผิดพลาดนั้นใช้เงิน อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกทางหนึ่งคือใช้บัญชีทดลองที่นักเทรดสามารถทดสอบกลยุทธ์ของตนเองโดยใช้เงินจำลองได้.
เมื่อคุณประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะทำเงินจริงได้ง่ายขึ้น สมมุติว่าคุณได้กำไร 10% จากเงิน 1,000เหรียญ นั่นคือกำไร 100เหรียญ อย่างไรก็ตามเมื่อคุณประสบความสำเร็จในการปั้นพอร์ตแล้วโดยทำกำไรได้ 10% จากเงินทุน 10,000เหรียญ นั่นหมายถึงกำไร10 เท่าจากเดิมโดยอัตราการทำกำไรเท่าเดิมคือ 10%.
บทเรียนที่ 4
“ถ้าคุณนอนไม่หลับเพราะออเดอร์ที่ยังเปิดค้างอยู่ นั่นคือคุณได้ถลำลึกไปแล้ว”
สิ่งนี้เกิดขึ้นเสมอกับนักเทรดที่โอเวอร์เทรด การเทรดไม่ได้ทำให้คุณรวยในชั่วข้ามคืน มีสุภาษิตจากนักเทรดรุ่นก่อนๆที่กล่าวไว้ว่า “ขายจนถึงเวลานอน” และตรรกะนี้ใช้ได้กับนักเทรดทุกคน
บทเรียนที่ 5
“ความลุ่มหลงในการลงมือทำอย่างต่อเนื่องโดยไม่คำนึงถึงเงื่อนไขพื้นฐานนั้น เป็นสาเหตุของความสูญเสียมากมายในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท แม้ในกลุ่มมืออาชีพที่พวกเขารู้สึกว่าจะต้องได้เงินกลับบ้านทุกวันราวกับว่าพวกเขาทำงานเพื่อรับค่าจ้างปกติ”
ความใจร้อนนำพาให้นักเทรดมากมายสูญเสียเงิน อย่าเทรดจนกว่าจะถึงโอกาสที่เหมาะสมและจุดที่ความเสี่ยงน้อยกว่าศักยภาพในการทำกำไร คุณต้องมีกฎและกลยุทธ์ในการเทรดสำหรับใช้ตามเพื่อหลีกเลี่ยงกับดักแห่งการโอเวอร์เทรด คุณต้องเรียนรู้การจัดการบัญชีของคุณเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสี่ยงมากเกินไป
และนี่ก็คือบทเรียนดี ๆ จาก “เจสซี่ ลิเวอร์มอร์” ตำนานนักเก็งกำไรหุ้นแห่งวอลล์สตรีท หนึ่งในนักลงทุนระดับตำนานที่หลาย ๆ คน ได้นำบทเรียน แนวคิด การลงทุนต่าง ๆ ของเขา นำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์

ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50%–3.75% ในการประชุมล่าสุด ซึ่งเป็นการประชุมสุดท้ายของ Jerome Powell ในฐานะประธาน Fed โดยผลโหวต 8 ต่อ 4 ถือเป็นการประชุมที่มีความเห็นแตกต่างมากที่สุดในรอบหลายสิบปี สะท้อนความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในอนาคต แม้จะพ้นตำแหน่งประธานในวันที่ 15 พฤษภาคม Jerome Powell ยืนยันว่าจะยังอยู่ต่อในฐานะผู้ว่าการธนาคารกลาง เพื่อรักษาความเป็นอิสระของ Fed และลดแรงกดดันทางการเมือง ขณะเดียวกัน Kevin Warsh ถูกจับตาในฐานะประธาน Fed คนใหม่ ซึ่งนักเทรด Forex ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้อาจส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์ ทองคำ และความผันผวนของตลาดการเงินทั่วโลก