ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ในระหว่างวันราคาทองคําจะร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,777.38 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ในระหว่างวันราคาทองคําจะร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,777.38 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากการ ดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนครึ่งบริเวณ 93.264 อย่างไรก็ดี ราคาทองคําฟื้นตัวขึ้นหลังจากนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงซื้อ Buy the dip แต่ส่วนใหญ่เกิดจากดัชนี ดอลลาร์ที่ลดช่วงบวกลงในเวลาต่อมา หลังธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมประจําเดือนก.ค.ที่ระบุว่า

กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า เฟดควรจะเริ่มปรับลด วงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในปีนี้ เมื่อพิจารณาจากการที่เศรษฐกิจฟื้นตัวเป็นวงกว้างตามที่เฟดคาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่ทําให้ดัชนีดอลลาร์ลดช่วงบวก ลงเนื่องจาก “ยังไม่มีฉันทามติในหมู่กรรมการเฟดเกี่ยวกับกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนของการเริ่มต้นลดวงเงิน OE” นอกจากนี้ ราคาทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจาก การร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐ

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 382.59 จุด หรือ -1.08% ดัชนี S&P500 ปิด -1.07% ดัชนี Nasdaq ปิด -0.89% จากความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดวงเงิน OE ภายในปีนี้ สถานการณ์ดังกล่าวหนุนราคาทองคําให้ฟื้นตัวขึ้นมาปิดตลาดในแดนบวก ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําลดลง -2.04 ตัน สู่ระดับ 1,015.10 ตันซึ่งเป็นระดับต่ําสุดของปีนี้และ ต่ําสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.ปี 2020 ทํา สะท้อนการไหลออกของเงินทุนจากกองทุน ETF ทองคํา สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยผลสํารวจแนวโน้มธุรกิจจากเฟดฟิลาเดลเฟีย, จํานวนผู้ขอรับ สวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีชน์ กิจจาก Conference Board
ราคาขยับขึ้นแต่ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเพิ่ม หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,796-1,814 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ได้ มีผลให้ราคาอาจปรับตัวลงเพื่อสร้างฐานราคาต่อ มีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา โดยมีแนวรับโซน 1,770- 1,768 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คำแนะนำ แนะนำขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว ของราคา ประเมินแนวต้าน 1,796-1,814 ดอลลาร์ต่อออนซ์หลังจากราคาปรับตัวลงอาจมีแรงซื้อเข้ำมาพยุงบ้าง ราคายังมีโอกาสที่ราคาจะพยายามทรงตัวหรือฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ